วันนี้เราขอเอาใจคนที่กำลังวางโปรแกรมเช่ารถขับเองไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวกันค่ะ
ที่เช่ารถขับเองเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับคนที่ไม่อยากเดินทางไปไหนไกล
และอยากเดินทางเช่ารถขับเองไปเช้า-เย็นกลับ ขอบอกว่าใกล้ ๆ กรุงเทพฯ
ก็มีสถานที่เช่ารถขับเองท่องเที่ยวเจ๋ง ๆ เพียบนะคะ
เรามาเริ่มต้นเช่ารถขับเองที่นี่เรยคะ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ขึ้นชื่อว่าเป็นราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด
และด้วยพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ
เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำแสดงถึงวิถี
ชีวิตของผู้คนที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำมายาวนาน
ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ที่พลาดไม่ได้ คือ การเที่ยวชมเมืองเก่า
และการท่องเที่ยววัดต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่เราหยิบมาแนะนำ ได้แก่ เพนียดคล้องช้าง ตั้ง
อยู่ในตำบลสวนพริก อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร
ที่นี่ถือเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นเพนียดคล้องช้าง
หรือที่คัดเลือกช้างลักษณะดีไว้ใช้ในยามสงครามในสมัยโบราณแล้ว ปัจจุบันบริเวณเพนียดยังเป็นปางช้าง
หรือที่พักช้างจำนวนหลายสิบเชือกที่มากจากจังหวัดต่าง ๆ เช่น สุรินทร์และชัยภูมิ
เมื่อเสร็จจากการบริการนักท่องเที่ยวบริเวณวัดมงคลบพิตรในเกาะเมืองอยุธยา แล้ว
ควาญช้างก็จะนำช้างมากพักอยู่บริเวณเพนียด, พระราชวังบางปะอิน
ที่นี่เราสามารถเดินทางมาลงสถานีรถไฟที่บางปะอินซึ่งห่างจากพระราชวังประมาณ 20
กิโลเมตร และเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถสามล้อ (เครื่อง)
ในบริเวณนั้นให้ไปส่งได้
ภายในพระราชวังมีทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากเดินฝ่าแดดร้อน
ด้วยการใช้บริการรถไฟฟ้าพร้อมคนขับรถ ซึ่งจะพานักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ภายในบริเวณพระราชวัง โดยคิดค่าโดยสารเป็นรายชั่วโมง
ภายในพระราชวังบางปะอินมีโบราณสถานที่สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่า
สนใจอยู่มาก
พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่ซอยขาว มาลา ถนนบางเอียน ตำบลประตูชัย
เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับชมเรือโบราณจำลอง
ซึ่งเรือที่อยุธยาขึ้นชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออกของไทยอย่างแท้จริง
มีแม่น้ำลำคลองครอบคลุมพื้นที่ดุจใยแมงมุม
เรือจึงเกี่ยวโยงกับคนอยุธยาตั้งแต่ชนชั้นกษัตริย์ที่ใช้ประกอบพระราชพิธี ต่าง ๆ
และเสด็จโดยกระบวนเรือ จนถึงสามัญชนที่ใช้เป็นพาหนะในการสัญจรไปมา
สำหรับสิ่งที่น่าสนใจ เช่น เรือโบราณจำลอง
อาคารพิพิธภัณฑ์มีลักษณะเป็นเรือนไทยสองชั้น ชั้นล่างจัดแสดงเรือจำลองต่าง ๆ
ที่อาจารย์ไพฑูรย์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา
ปัจจุบันมีผลงานนับร้อยลำ เรือบางลำเป็นเรือโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
อาจารย์จำลองขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าทั้งเอกสาร ภาพจิตรกรรมตามวัดในอยุธยา
และที่กล่าวถึงไว้ในวรรณคดีไทยเรื่องต่าง ๆ
เมื่อมีนักท่องเที่ยวแวะเข้าไปชมอาจารย์ไพฑูรย์จะทำหน้าที่นำชมและอธิบายให้
ฟังด้วยตนเอง อาจารย์รู้จักและรักเรือจำลองทุกลำที่ต่อขึ้น แต่มีเรือบางลำที่อาจารย์ภูมิใจ
อย่างเรือสำเภาจำลองที่ใช้กันในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ซึ่งต้องค้นข้อมูลจากเอกสารโบราณหลายฉบับ เรือพระที่นั่งสมเด็จพระนเรศวร
ซึ่งถอดแบบมากจากภาพจิตกรรมในวัดสุวรรณดาราม เรือมาดประทุน
มาจากการอ่านนิราศสุนทรภู่ แล้วนำไปจินตนาการ เป็นต้น นอกจากนี้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม
แต่นักท่องเที่ยวอาจมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เรือไทยโดยการบริจาคสมทบค่าใช้
จ่ายในการดูแลรักษา
วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลคลองสวนพลู
ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร
เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย
เป็นวัดที่มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง
ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า
พระเจ้าสายน้ำผึ้งซึ่งครองเมืองอโยธยาเป็นผู้สร้างขึ้นตรงที่พระราชทานเพลิง
ศพพระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามวัดว่า "วัดพระเจ้าพระนางเชิง"
(หรือวัดพระนางเชิง) พระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่
ตามพงศาวดารกล่าวว่าสร้างเมื่อพ.ศ.1867 ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา 26 ปีเดิมชื่อ
"พระพุทธเจ้าพนัญเชิง"(พระเจ้าพะแนงเชิง) แต่ในรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปองค์นี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า
"พระพุทธไตรรัตนนายก"(ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต
ชาวจีนนิยมเรียกว่าซำปอกง ผู้คุ้มครองการเดินทางทางทะเล)
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะแบบอู่ทองปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 14
เมตรและสูง 19.13 เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก
เบื้องหน้ามีตาลปัตรหรือพัดยศและพระอัครสาวกที่ทำด้วยปูนปั้นลงรักปิดทอง
ประดิษฐานอยู่เบื้องซ้ายและขวา
อาจนับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปนั่งสมัยอยุธยาตอนต้นที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดที่
เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง
วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา
อีกทั้งยังสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล
เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกันอย่าง
เนืองแน่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ด้านหลังวัดจัดสร้างตำหนักสมเด็จพระนเรศวรให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ากราบไหว้ ได้
นอกจากนี้รอบบริเวณมีสวนหย่อมสวยงามให้พักหย่อนใจอีกด้วย
สำหรับสิ่งที่น่าสนใจเมื่อมาเยี่ยมชมวัดใหญ่ชัยมงคล คือ เจดีย์ ตั้งอยู่บนฐานสูง
เป็นเจดีย์ที่มีฐานบัลลังก์แปดเหลี่ยม สูงจากฐานถึงยอด 60 เมตร
สามารถแลเห็นได้แต่ไกล มีบันไดขึ้นสู่ลานทักษิณ
บนเจดีย์ด้านหน้ามีพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่เชิงบันไดมีพระพุทธรูปปูน
ปั้นปางมารวิชัยสององค์ ด้านซ้ายเรียกว่า เจ้าแก้ว ส่วนด้านขวาเรียกว่า เจ้าไท
เจดีย์องค์นี้สร้างครอบซากเจดีย์องค์เก่า นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจสร้างครอบมาแต่ครั้งกรุงอโยธยาแล้วก็ได้
วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์
สิ่งที่น่าสนใจในวัด คือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย
ซึ่งมีรากไม้ปกคลุมเข้าใจว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้
ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ, วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวง
เทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุง สุโขทัย
ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างพระราชมณเฑียรเป็นที่ประทับบริเวณนี้
ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงย้ายพระราชวังขึ้นไปทางเหนือและอุทิศที่ดิน
เดิมให้สร้างวัดขึ้นภายในเขตพระราชวังและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเขตพุทธาวาสขึ้น
เพื่อเป็นที่สำหรับประกอบพิธีสำคัญต่างๆ จึงเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา
ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0
2250 5500 ต่อ 2991-5, 0 2250 5616 หรือ TAT
Call Center 1672 หรือ เว็บไซต์ thai.tourismthailand.org/ข้อมูลจังหวัด/พระนครศรีอยุธยา








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น